วันนี้ไปเข้าฟังเขานำเสนองานวิจัยมา จัดที่ตึก CC ใน สวทช. นี่ล่ะ
ชื่อทุน YSTP ย่อมาจาก Young Scientist and Technologist Programme
ชื่อทุน TGIST ย่อมาจาก Thailand Graduate Institute of Science and Technology
ทั้งสองทุนก็มาจาก สวทช. เพื่อสนับสนุนนักวิจัยรุ่นใหม่ ๆ โดย YSTP นี่ ป. ตรี ส่วน TGIST นี่ ป. โท – ป. เอก
นักศึกษาที่ได้ทุนเหล่านี้ ก็ต้องทำปริญญานิพนธ์ หรือวิทยานิพนธ์ เรียกว่าโครงงานก็แล้วกัน จะมีการเสนอความก้าวหน้าเรื่อย ๆ เข้าใจว่าทุก ๆ 6 เดือน วัตถุประสงค์ก็เพื่อให้แน่ใจว่าโครงงานจะสำเร็จจริง
อีกอย่างก็คือเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้กันในหมู่ผู้ทำวิจัย
สำหรับโครงงานที่มาเสนอ ไม่ได้ทำกันคนเดียว โดยอย่างน้อยก็จะมี นักศึกษา อาจารย์ที่ปรึกษา(ในสถาบัน) และนักวิจัยจาก สวทช.
กลับมาที่การนำเสนอวันนี้ ก็แบ่งออกตามหน่วยงาน คือ NECTEC, BIOTEC, MTEC, และ NANOTEC (อันหลังไม่แน่ใจว่ามีหรือเปล่า) แบ่งย่อยเป็นสาขาละ 2 ห้อง ห้องละประมาณ 10 งาน
ด้วยว่ามันพูดพร้อม ๆ กันทุกห้อง เลยเลือกฟังห้องเดียวคือ NECTEC 2 ประกอบด้วย
1. การรู้จำเสียงพูดแบบอาศัย Segment สำหรับภาษาไทย
ผู้นำเสนอคือ เกริกศักดิ์ ลิขิตสุภิณ นิสิต ป. โท จากภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ที่เข้าใจคร่าว ๆ ก็คือ เวลาจะ “รู้จำ” เสียง เนี่ย ง่ายที่สุดคือแบ่งเสียงออกให้มีระยะเวลาเท่า ๆ กัน แล้วจะทำอะไรกับมันก็ว่าไป แต่ปัญหาคือบางทีการตัดแบบนี้มันอาจไปตัดกลางพยางค์ ทำให้ข้อมูลผิดพลาดได้ ก็มีอีกวิธีคือแบ่งเป็น Segment โดยพยายามหา “ขอบเขต” ของ “หน่วยเสียง” (ไม่จำเป็นต้องระยะเวลาเท่ากันอีกแล้ว) เพื่อใช้แบ่งเสียง ไอ้เจ้า “ขอบเขต” นี่ก็เช่นการเปลี่ยนแปลงลักษณะการออกเสียง เป็นต้น โดยงานวิจัยอันนี้ก็พยายามพัฒนาการแบ่ง Segment นี่ โดยเอาเรื่องลักษณะการออกเสียง และความไม่ต่อเนื่องของเสียงมาใช้
2. การหาตำแหน่งของ median ในการจัดกลุ่มแบบ k-medians โดยใช้การประมวลผลบน model แบบ PRAM
ผู้นำเสนอคือ สิริอร วิทยากร นักศึกษา ป. ตรี จากภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
สำหรับงานของสาวเจียงใหม่นี้ ตอนฟังครั้งก่อเมื่อ 6 เดือนที่แล้ว รู้สึกงงมาก เข้าใจว่าเพราะเป็นโครงงานเชิงทฤษฎี อาจต้องการความรู้พื้นฐานมากหน่อย มาหนนี้ ก็ยังงงเหมือนเดิม นักวิจัยที่นั่งในห้องลองให้เขายกตัวอย่างแล้ว ก็ยังงง แหะ ๆ เอาเป็นว่าอย่างน้อยก็ทราบว่า PRAM ย่อมาจาก Parallel Random Access Machine
3. การพัฒนาคุณภาพจากการกระจายกุญแจรหัสลับเชิงควอนตัมด้วยรหัสแก้ไขความผิดพลาด
ผู้นำเสนอคือ วุฒิกรณ์ ตรัยศิลานันท์ นักศึกษา ป. โท จากภาควิชาวิศวกรรมสารสนเทศ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
สำหรับเรื่องรหัสลับเชิงควอนตัม (Quantum Cryptography) ที่เข้าใจแบบคร่าว ๆ (มาก ๆ) ก็คือ ด้วยการส่งข้อมูลเชิงควอนตัม (เช่น polarization ของแสง) การดักฟัง หรือดักจับข้อมูล จะทำให้ข้อมูลที่ผู้รับ (ตัวจริง) รับได้เสียหาย ทำให้ทราบว่าถูกดังฟัง ส่วนของงานนี้ก็คือ (เอ่อ เข้าใจว่าเป็น) การพัฒนาการส่งกุญแจรหัสลับ ให้เกิดความผิดพลาดน้อยลง
4. การคำนวณสเปกตรัม SPR แบบภาพเมื่อใช้ LED เป็นแหล่งกำเนิดแสง
ผู้นำเสนอคือ จงเจตน์ เชาว์ชอบ นักศึกษา ป. ตรี จากภาควิชาฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
อันนี้เป็นโครงงานทดลอง ประมาณว่าเครื่อง SPR เดิมใช้หลอด Halogen แต่ข้อเสียคือมันร้อนมาก เลยทดลองใช้ LED แทน แล้วก็หามุมที่เหมาะสมที่สุด (จริง ๆ คงมีรายละเอียดมากกว่านี้ แต่เข้าใจเท่านี้) ส่วนเครื่อง SPR (Surface Plasmon Resonance) นี่เข้าใจว่าใช้วัดความหนาและดัชนีหักเหของสารละลาย
5. การพัฒนาและประเมินสมรรถนะของการควบคุมสัญญาณไฟจราจรแบบดีที่สุดโดยการใช้การคำนวณด้วยคลัสเตอร์
ผู้นำเสนอคือ มทนะ พรล้วนประเสริฐ นักศึกษา ป. ตรี จากภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
คือมีหน่วยวิจัยหนึ่งกำลังพัฒนาระบบไฟจราจรอัจฉริยะ เป็นระบบที่จะปรับเปลี่ยนการปิด – เปิดของไฟจราจรไปตามสถานการณ์เพื่อให้เกิดความคล่องตัวมากที่สุด ระบบมันก็มีหลายส่วน งานวิจัยนี้จะเป็นส่วนประมวลผล ซึ่งต้องใช้พลังประมวลผลสูงจึงใช้คลัสเตอร์ และใช้ Genetic Algorithm มาช่วยหาค่าที่เหมาะสม เพื่อปรับรอบเวลาและจังหวะสัญญาณ
6. การสร้างระบบประมวลผลสัญญาณวิทยุเพื่อประมาณค่าความเข้มของสัญญาณตามความถี่
ผู้นำเสนอคือ อธิปัตย์ ลิ่มมณี นักศึกษา ป. ตรี จากภาควิชาวิศวกรรมการสื่อสาร สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร
เขาบอกว่าคลื่นความถี่บางช่วงนั้นถูกจำกัดไม่ให้ใช้ ใครลักลอบใช้ก็ถือว่าฝ่าฝืนกฏหมาย ทีนี้อุปกรณ์ตรวจจับมันแพงมาก หลักแสน จึงพยายามพัฒนาอุปกรณ์ที่ถูกกว่า และเร็วกว่า เนื่องจากต้องการทราบแค่ว่ามีใครลักลอบใช้หรือไม่ ในทางเทคนิค เขานำ Sliding DFT (Discrete Fourier Transform) มาใช้แทน DFT ธรรมดา ซึ่ง Sliding DFT นี่เร็วกว่า ซับซ้อนน้อยกว่า จึงทำห้ต้นทุนต่ำกว่า
7. Algorithm การประมาณค่า Parameter ของกระบวนการหลอมโลหะสำหรับการประหยัดพลังงาน
ผู้นำเสนอคือ นัครินทร์ หงษ์สิทธิวงศ์ นักศึกษา ป. โท จากภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
อันนี้ไม่ค่อยได้ตั้งใจฟังเท่าไร เข้าใจว่าใช้ Genetic Algorithm มาประมาณค่าตัวแปรที่เหมาะสมที่สุดในการหลอมโลหะ
8. Bad-Habit Driving Detection System using Fuzzy Logic (เขาเขียนมาอย่างนี้แฮะ)
ผู้นำเสนอคือ พิเชษฐ์ แสนสม และ ทศพล อิ่มกมล จากภาควิชาวิศวกรรมควบคุม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
งานนี้พยายามที่จะระบุลักษณะการขับรถที่ไม่ปลอดภัย โดยใช้ Sensor 3 ประเภท ได้แก่ เครื่องอ่านสถานะเครื่องยนต์ (Engine Control Unit Reader) เครื่องวัดความเร่ง (Accelerometer) และกล้อง โดย ECU Reader นี่ไว้ดูรอบเครื่องยนต์ Accelerometer ไว้ดูความเร่งตอนออกตัวหรือหยุด และกล้องไว้ดูการเลี้ยว และดูความหนาแน่นของการจราจร และใช้ Fuzzy Logic เพื่อประเมินความอันตรายออกมาเป็น 3 ระดับ โครงงานนี้ได้รับความสนใจ(มีการซักถาม)มากที่สุด คงเพราะว่าใกล้ตัวมากที่สุด
เหลืออีกสองชิ้น เป็นเรื่องเกี่ยวกับ RFID ทั้งคู่ แต่ยังไม่ค่อยมีอะไรเพราะเพิ่งเริ่มทำ
ก็ขอใช้บล็อกจดบันทึกไว้อย่างนี้ การนำเสนอพวกนี้ต้องไปฟังบ่อย ๆ เพราะสักวันก็ต้องไปยืนพูดตรงนั้นเหมือนกัน