ช่วงมัธยมต้นผมบ้าอ่านนิยายและเรื่องสั้นจำพวก รหัสคดี มาก รหัสคดี หรือ Mysteries นั้นเรียกง่าย ๆ ก็นิยายสืบสวนสอบสวนนั่นล่ะ ถ้าจะเอานิยามก็ประมาณ “เรื่องเล่าที่เน้นการคลี่คลายปัญหาซ่อนเงื่อนของเหตุการณ์ชุดหนึ่ง” (นิยามโดยคุณเรืองเดช จันทรคีรี ที่จะกล่าวถึงต่อไป)
อิทธิพลการอ่านเรื่องแนวนี้ของผม มาจาก “โคนัน” โดย โกโช อาโอยาม่า นักเขียนการ์ตูนชาวญี่ปุ่น
ใช่แล้ว ไอ้เด็กแก่แดดตัวกระเปี๊ยกนี่ล่ะ
โคนันทำให้ผมหา เชอร์ล็อค โฮล์มส มาอ่าน และค่อนข้างประทับใจกับเรื่องแนวนี้ จึงพยายามหาอ่าน แต่ในห้องสมุดที่โรงเรียนก็ไม่ค่อยมี เชอร์ล็อค โฮล์มส เล่มแรกที่ผมอ่านกลับไม่ใช้ของต้นฉบับที่ เซอร์ อาเธอร์ โคนัน ดอยล์ แต่ง แต่กลับเป็นเรื่องที่ถูกสมมติขึ้นมา ชื่อหนังสือว่า “เรื่องส่วนตัวของเชอร์ล็อค โฮล์มส (The Private Life of Sherlock Holmes)” แต่งโดยไมเคิล และ มอลลี่ ฮาร์ดวิก แปลโดย อ. สายสุวรรณ โดยค้นเจอในกองหนังสือเก่าในบ้าน (สงสัยจะของพ่อ)
ต่อมาผมโชคดีมากเพราะคุณ เรืองเดช จันทรคีรี ได้เปิดตัวสำนักพิมพ์ “รหัสคดี” ไม่บอกก็รู้ว่าตีพิมพ์เรื่องเล่าแนวรหัสคดี ผมสมัครสมาชิกโดยไม่ต้องคิด (ตังค์แม่นี่หว่า) โดยเท่าที่จำได้ นิตยสาร รหัสคดี เป็นรวมเรื่องสั้น แต่ละฉบับจะมีเรื่องสั้นของนักเขียนชื่อดังประมาณสิบเรื่อง และจะมีเรื่องที่เป็น เรื่องเด่น ในฉบับ โดยชื่อเรื่องนั้นจะถูกพิมพ์บนหน้าปก
นอกจากเรื่องสั้นแล้ว นิตยสารรหัสคดี ยังได้แถมความรู้เกี่ยวกับเรื่องเล่าประเภทนี้ด้วย ในบางช่วงก็มีของแถมเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น หนังสือเล่มเล็กที่มีรายละเอียดนักเขียนคู่กับตัวละคร หรือที่ประทับใจมากคือ เชอร์ล็อค โฮล์มส ในแบบการ์ตูน ตอน ห่วงแต้ม
ผมเป็นสมาชิกนิตยสารรหัสคดีเรื่อยมา แต่ไม่แน่ใจว่าเพราะย้ายมาเรียนที่นครปฐมเลยไม่ได้ต่ออายุ หรือว่าเพราะทางสำนักพิมพ์เลิกทำแบบส่งถึงบ้าน จึงมีอยู่แค่ประมาณ 20 เล่ม รวมถึงนิยายอื่น ๆ จากสำนักพิมพ์ เช่น Jack the Ripper เก็บไว้ที่บ้านที่อุตรดิตถ์
ที่น่าเสียดายมากคือช่วงปิดเทอมก่อนขึ้นปี 1 พายุถล่มจังหวัดอุตรดิตถ์ น้ำท่วมบ้าน คลังหนังสือที่สะสมไว้ก็หมดกัน (ที่เสียดายที่สุดคือลอร์ด ออฟ เดอะ ริงส์ และ ฮอบบิท) เลยไม่ได้ติดตามเรื่องเล่าแนว รหัสคดี สักเท่าไร ช่วงอยู่มหาวิทยาลัยก็เหมือนกับนิสัยชอบอ่านนิยายจะหายไปด้วย
จนสัปดาห์ที่แล้วนี่เอง แม่ไปงานสัปดาห์หนังสือ ใจดีมาก ซื้อหนังสือจากซุ้มของสำนักพิมพ์ รหัสคดี มาให้ลูก 4 เล่ม ได้แก่
- รหัสคดี #23 : หอมกลิ่นฆาตกรรม
- รหัสคดี #15 : อย่าหันไปมองข้างหลังคุณ
- ใต้เงาเชอร์ล็อค โฮล์มส (รวมเรื่องสั้นเชอร์ล็อค โฮล์มส โดยนักเขียนชื่อดัง เช่น สตีเฟน คิง, เอ็ช. อาร์. เอฟ. คีตติ้ง, หรือ เอ็ดเวิร์ด ดี. โฮ้ค
- เอลเลอรี่ ควีน ยอดนักสืบ : สุภาพสตรีมีเครา และประพฤติการณ์ตอนอื่น ๆ
ทำให้คิดถึงชีวิตช่วงหลายปีที่ผ่านมาอย่างช่วยไม่ได้
ในโลกของรหัสคดี คนส่วนมากต่างยกย่องให้ เชอร์ล็อค โฮล์มส เป็นสุดยอด และเชอร์ล็อค โฮล์มส ยังเป็นต้นแบบของรหัสคดี ที่ตัวละครหลักเป็นนักสืบเอกชน
ที่ดังมาก ๆ อีกเรื่องคงจะไม่พ้น แอร์คูล์ ปัวโรต์ นักสืบชาวเบลเยี่ยม แต่งโดย อกาธา คริสตี้
แต่ผมเฉย ๆ กับทั้ง โฮล์มส และ ปัวโรต์ แฮะ คือไม่ใช่ไม่ชอบนะ แต่มีเรื่องอื่นที่ชอบมากกว่า สองเรื่องนั้นอาจจะเก่าไปก็ได้ (แต่ถ้าให้เทียบกันชอบโฮล์มสมากกว่า)
ตัวละครที่เป็นนักสืบที่โดนใจมากคือ เอลเลอรี่ ควีน นักสืบชาวอเมริกัน แต่งโดย เอลเลอรี่ ควีน ซึ่งเป็นนามปากการ่วมของ เฟรเดอริค ดานนี่ กับ มันเฟร็ด บี. ลี
สิ่งที่ทำให้เรื่องชุดนี้น่าประทับใจ คงเป็นเพราะความทันสมัยในเนื้อเรื่อง และบทสนทนา (คนแปลก็เก่งมากด้วย) เอลเลอรี่ ควีน มีความเป็นมนุษย์มาก (ไม่ได้ว่า โฮล์มส ว่าเย็นชาเป็นหุ่นยนต์นะ) บางครั้งก็แสดงท่าทีไม่มั่นใจ มักจะประทับใจสาว ๆ ที่เจอ (แต่ละตอนจะมีสาวสวย
) แต่สุดท้ายก็คลี่คลายคดีอย่างเฉียบแหลม
สิ่งที่ยอดเยี่ยมอีกอย่างในเรื่องราวของ เอลเลอรี่ ควีน คือการที่ผู้อ่าน “รู้” เท่ากับที่ตัวละครรู้ ทำให้เราสนุกไปกับการทาย ว่าจะตรงกับที่ควีนคิดอยู่หรือไม่
โลกของรหัสคดีไม่ได้มีแต่ตัวละครที่เป็นนักสืบ มาถึงตัวละครที่ผมชอบที่สุดจริง ๆ เขาคือ “นิค เวลเว็ท” โดย เอ็ดเวิร์ด ดี. โฮ้ค
นิค เวลเว็ท เป็นหัวขโมย แต่เขาไม่ใช่หัวขโมยงัดแงะดาด ๆ เขารับจ้างขโมย “ของที่คนทั่วไปไม่สนใจ” ด้วยสนนราคา 20,000 เหรียญสหรัฐฯ (ตอนหลังเพิ่มเป็น 25,000 จนถึง 50,000 เหรียญ) ของที่เขาเคยขโมยก็มีตัวอย่างเช่น ใยแมงมุม
เก่า หนังสือพิมพ์ฉบับเมื่อวาน หรือถุงชาใช้แล้ว
นอกจากความสนใจว่าเวลเว็ทจะขโมยของออกมาได้อย่างไร ความน่าสนใจของเรื่องอีกอย่างก็คือ เวลเว็ทมักจะเข้าไปพัวพันกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ทำให้ได้ทราบถึงจุดประสงค์ที่ลูกค้าอยากได้ของที่ไม่มีใครต้องการนั้น (ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วเขาไม่อยากรู้) และบ่อยครั้งที่เวลเว็ทต้องช่วยคลี่คลายปริศนาบางอย่าง ที่ส่งผลให้ตัวละครอีกตัวได้รับการช่วยเหลือ ทำให้รู้สึกว่าเวลเว็ทเป็นขโมยที่เป็นคนดี (แต่มันก็ขโมยแหละ) เรื่องราวของเวลเว็ทสนุกสนานมากและมีมุขตลกแทรกอยู่เรื่อย ๆ
ตัวละครอีกคนหนึ่งที่รู้สึกว่าเท่มาก คือ ศาสตราจารย์ ดร. ดร. ดร. เอากุสตุส เอส. เอฟ. เอกซ์. ฟาน ดูเซิ่น (ดร. ทั้งสามเกิดจากปริญญาเอกสามสาขา ได้แก่ วิทยาศาสตร์ แพทยศาสตร์ และนิติศาสตร์) หรือฉายา “เครื่องจักรนักคิด” เป็นตัวละครที่ถูกสร้างโดย ฌาคส์ ฟูเทรล ชาวอเมริกัน ผู้จมลงไปกับเรือไททานิค
ศาสตรจารย์ดูเซิ่น เป็นชายแก่วัยห้าสิบ ร่างเล็ก หัวเถิก ผมกระเซิง มักจะวุ่นอยู่กับการทดลองในห้องปฏิบัติการ งานอดิเรกของเขาคือการไขคดีที่นักข่าวหนุ่ม ฮัทชินสัน แฮทช์ นำมาปรึกษา โดยบางครั้ง แค่ฟังที่แฮทช์เล่า เขาก็คลี่คลายคดีได้ ด้วยความเชื่อมั่นในตรรกศาสตร์ เขาพูดบ่อย ๆ ว่า สองบวกสองไม่ว่าอย่างไรก็ต้องได้สี่
เรื่องเกี่ยวกับดูเซิ่นเรื่องแรกที่ผมได้อ่านคือ ปริศนาห้องขังหมายเลข 13 โดยในเรื่อง ดูเซิ่นพยายามพิสูจน์ต่อเพื่อนนักวิทยาศาสตร์ว่าไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้สำหรับมนุษย์ที่มีความคิดไตร่ตรองอย่างดี โดยเขาให้ตัวเองถูกขังในคุก โดยมีอุปกรณ์ต่าง ๆ เท่ากับนักโทษคนอื่น ๆ แล้วบอกว่าจะแหกคุกออกมาภายใน 1 สัปดาห์ แล้วเขาก็ทำได้จริง ด้วยกลวิธีที่ซับซ้อนมาก แถมตอนเฉลยยังบอกอีกว่ามีทางอื่นอีกสองทาง
ใครที่ไม่เคยอ่านก็ลองหามาอ่านนะครับ มันสนุกมากจริง ๆ กับรหัสคดี ลองแวะไปดูที่ซุ้มของสำนักพิมพ์รหัสคดีก็ได้ งานหนังสือยังไม่จบ