เปิดชีวิต ปิดทีวี

วันนี้มาพร้อมเรื่องเล่าหลากหลาย

สืบเนื่องจากงาน เปิดชีวิต ปิดทีวี จัดที่สวนสันติชัยปราการ ถนนพระอาทิตย์ เป็นงานที่จัดเพื่อเริ่มสัปดาห์ ปิดทีวี ฮ่าฮ่าฮ่า (ชื่องานเขาเป็นอย่างนี้จริง ๆ ทำไมต้องฮ่าฮ่าฮ่า) ก็วางแผนไปเสียเรียบร้อย พยายามชวนเพื่อนมากหน้าหลายตา มีหมอเตยติดกับมาคนนึงแฮะ

เริ่มจากตอนเช้า เอ่อ จริง ๆ ก็ตอนเที่ยง ไปถึงท่าพระจันทร์ปุ๊บก็ไปสอย Silly Fools – The One (Limited Edition) ก่อนเลยที่ร้านน้อง ค่อนข้างโชคดีเพราะเหลืออยู่ไม่กี่ชุด

ต่อมาก็ข้ามไปวังหลัง ตอนอยู่บนเรือ เห็นวัตถุต้องสงสัยว่าจะเป็น เรือดำน้ำ !

ถึงฝั่งธนบุรี กินข้าว เดินดูของ ไม่ได้อะไรเลยแฮะ

ข้ามกลับมาฝั่งพระนคร กินกระเพาะปลา กินขนมหวาน เดินดูของ เจอเสื้อลายยักษ์จากรามเกียรติ์เท่มากเลยแฮะ อยากได้แต่งบหมด

ต่อมาก็เข้าไปเอาข้อมูลทำเว็บจากพี่ฮอในธรรมศาสตร์ แล้วก็มุ่งหน้าสู่สวนสันติชัยปราการ

พอไปถึง ก็พบร้านขายของมากมาย การเสวนายังไม่เริ่ม เดินดูรอบ ๆ สักพัก ก็ข้ามถนนไปกินมะตะบะ กินมะตะบะรวมมิตร

ข้ามถนนกลับมา การเสวนาเริ่มพอดี ผู้ร่วมวงเสวนาได้แก่

  • ปาริชาติ สถาปิตานนท์ อาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ
  • ชูวัส ฤกษ์ศิริสุข บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท
  • อัยย พรรณี วีนานุกูล พิธีกรรายการแผ่นดินเดียวกัน บ้านฉันบ้านเธอ
  • วรรณศิริ ศิริวรรณ ผู้ประกาศข่าวเนชั่นทีวี ดำเนินรายการ

ได้ความว่าการรณรงค์ปิดทีวี 7 วันเนี่ย ไม่ใช่จะต่อต้านทีวี รายการดี ๆ มันก็มี เพียงแต่โดยรวมแล้ว…

  • มันเป็นการสื่อสารทางเดียวที่มีคนกลุ่มเล็กมากควบคุม
  • รายการส่วนมากมันไม่ได้มีสาระขนาดนั้น
  • บ่อยครั้งพวกเราไม่ได้เลือกดูเฉพาะสิ่งที่มีสาระ
  • บ่อยครั้งที่เราก็เผลอถูกมันดูดเวลาชีวิตไป

ไปทำอย่างอื่นที่มันมีปฏิสัมพันธ์กันในหมู่มนุษย์ดีกว่าไหม

ผู้จัดงานก็ได้เตรียมกิจกรรมทางเลือกมาพอสมควร สำหรับเวลา 1 สัปดาห์ที่ปิดทีวีนี้ ไม่ว่าจะเป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการ (workshop) ด้านการถ่ายภาพ การทำหนังสั้น หรือจะเป็นด้านการบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม ดูที่ wechange555

นอกจากนี้ การดูทีวีหลังจากการปิดทีวี 7 วัน เราจะพบว่าเราจะรู้จักจัดการเวลาดูทีวีมากขึ้น เพราะเวลา 7 วันที่ผ่านมาจะทำให้เราเห็นคุณค่า(จริง ๆ)ของมัน

ส่วนตัวผมก็ไม่ได้ดูทีวีอยู่แล้ว เพราะอยู่หอ ข่าวสารอะไรต่าง ๆ ก็อ่านเอาในอินเตอร์เนต อืมอินเตอร์เนตมันก็ดูดเวลามาก ๆ เหมือนกันแฮะ

หลังจากการเสวนา ก็เป็นวงดนตรีจากน้อง ๆ ม ปลาย โรงเรียนรุ่งอรุณ ชื่อวง The Muffin and His Band เลือกเพลงมาเล่นได้น่าประทับใจมาก เริ่มจากเพลง stupid cupid เพลงสุขุมวิทของดูบาดู เพลงกลิ่นของทีโบน เพลง creep ของ Radiohead และเพลงอะไรสักอย่างจำชื่อไม่ได้ของญารินดา แอบประทับใจน้องผู้หญิงที่ร้องนำ น่ารักดี

หลังจากนั้นก็เป็นละคร จาก กลุ่มละครมะขามป้อม เคยชมฝีมือของกลุ่มนี้ตอนเทศกาลละครกรุงเทพไปหนหนึ่ง ประทับใจมาก คราวนี้ก็ไม่ผิดหวัง ซ้อมกันมาปึ้กมาก มุขก็ฮาเหมือนเดิม เจ็บ ๆ คัน ๆ ได้ข้อสังเกตว่าพวกการแสดงแนวละครเวทีอย่างนี้ (ที่มันเริ่มเป็นแฟชั่นในมหาวิทยาลัย) นี่มันไม่ต้องอลังการงานสร้างหรอก บทเจ๋ง ๆ กับฝีมือการแสดงก็เอาคนดูอยู่หมัดแล้ว

ต่อจากนั้นก็เป็นดนตรี มีใครไม่รู้ขึ้นเวทีมาพร้อมกับ Gibson Les Paul ลายไม้ มาตีคอร์ดร้องเพลง ฟังดูแล้วเฮ้ยเนื้อเพลงมันเยี่ยม จิกกัดประชดประชันสังคมไทย ชื่อเพลง ที่นี่เมืองพุทธ กับ ความรักของพี่เอก หาข้อมูลตะกี้ได้ความว่าเขาคือ ไทร อำนาจ ศิระวงษ์ธรรม ศิลปินอิสระ

จากนั้นก็เป็นทีของ อพาร์ตเมนต์คุณป้า ขึ้นเวทีมาอย่างสบาย ๆ นั่งเก้าอี้เล่นกัน เล่นเพลงอะไรมาคนรอบ ๆ ร้องตามได้หมดเลยแฮะ ไอ้เราไม่ค่อยได้ฟังก็นั่งเอ๋อ ฝีมือก็สุดยอดอย่างที่ร่ำลือกัน

จบอพาร์ตเมนต์คุณป้าก็กลับหอ เพื่อมาฟัง Silly Fools – The One รีวิวเพลงคราวหน้าก็แล้วกัน

5 Responses to “เปิดชีวิต ปิดทีวี”

  1. idiotao Says:

    เฮ้ยมันเป็นอะไรที่น่าดูว่ะ
    ทำไมเราไม่เคยรู้เรื่องอะไรแบบนี้กับชาวบ้านเขาบ้าง
    รู้ก็ไปไม่ถูก ๕๕๕

  2. griffinhound Says:

    ลองให้รัฐบาล รณรงค์ปิดทีวี
    วันเสาร์อาทิตยตอนเช้าๆ ที่มีรายการ “สนทนาประสาสมัคร” อ่ะ
    อาจจะลดค่าไฟได้เยอะเลย รึไม่ก้อช่วงข่าวการเมืองก้อได้ เหอๆๆ

    ปล cover แผ่นซีดีของ SF หยั่งกะหนังหุ่นยนต์ ไม่น่าไปอยู่อาร์เอสเลย…

  3. Tar Says:

    ม่อ again 555+

  4. SoundSynDrome Says:

    วันนี้ผมเพิ่งสอยแผ่นของพี่ไทรมาเองครับ ^^

  5. เตย Says:

    ทิวสนแม่ง หลอกล่อเราไป

    แกกินเยอะจริงๆวะให้ตายสิ 55+

    อพาร์ตเม้นท์คุณป้า ดนตรีเจ๋งหวะ

Leave a Reply