นี่ผมกำลังทำอะไรอยู่

July 21, 2008

เบื่อเรียนแล้ว

ไม่เห็นรู้สึกว่ามันจะช่วยพัฒนาโลก หรือแม้แต่แค่ประเทศไทยได้เลย

ไปเรียนที่คณะทุกวันนี่ได้อะไร

สักแต่นั่ง ๆ จด ๆ ไป ไม่ได้มีความใฝ่รู้/อยากรู้เลยแม้สักนิด

เลือกผิดสาขา เรียนแค่ให้มันผ่าน ๆ ไป ไม่หลุดทุน เท่านั้นเอง?

น่าสมเพช


Hellboy 2 : The Golden Army

July 13, 2008

เรื่องของเรื่องก็คือดู Female Agents จบแล้วรู้สึกเฉย ๆ เลยต้องการหาความมันส์ต่อ เห็น Hellboy 2 ใกล้เวลาฉายพอดีจึงเดินจากลิโด้ไปยังโรงหนังสยาม

ผมรู้สึกเฉย ๆ กับภาคที่แล้ว ชอบแต่มุขตลก นางเอก การออกแบบตัวละคร แล้วก็ฉากแอคชั่น (ทั้งเรื่องมันก็แค่นั้นนี่หว่า) แต่ว่าตัวร้ายมันตายง่ายไปหน่อยไหม

มาภาคนี้ แอบไปดูเรตติ้งใน rottentomatoes พบว่าได้เยอะมาก เลยกะมันส์เต็มที่

Hellboy 2

Hellboy 2

ปรากฏว่ามันอลังการมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เปิดมาฉากแรกเป็นการ์ตูน CG ก็ทำได้ดีมาก มุขตลกก็มาเรื่อย ๆ (บ่อยอยู่นะ) ฉากต่อสู้อะไรพวกนี้ก็โคตรเจ๋ง ยิ่งพวกตัวประหลาดกับฉากโลกใต้ดินนะ คือไม่รู้ว่าเดล โทโร จินตนาการออกมาได้อย่างไร ในเรื่อง Pan’s Labyrinth ว่าเยอะแล้ว ในเรื่องนี้นี่ โคตร-จะ-เยอะ แต่ละตัวนี่หลุดโลกมาก ๆ ตั้งแต่ตัวเล็กกว่าฝ่ามือจนถึงตัวสูงกว่าตึกซะอีก

สำหรับเนื้อเรื่องในภาคนี้ไม่ได้เกี่ยวกับภาคที่แล้วเท่าไร (นอกจากเรื่องคู่พระ-นาง) เรื่องก็มีอยู่ว่าสมัยก่อนบนโลกมีทั้งมนุษย์และพวกภูติ (ก็พวกเอลฟ์ โทรล กอบลิน ออร์ก นั่นล่ะ) ต่อมาทำสงครามกัน สงครามยุติก็ต่างคนต่างอยู่ เวลาผ่านมานานจนเจ้าชายเอลฟ์เห็นว่ามนุษย์มันเลว ดีแต่ทำลายโลก เลยจะปลุกกองทัพหุ่นทองคำที่เป็นอมตะขึ้นมากวาดล้างมนุษย์ ที่เหลือก็ตามสูตรนั่นแหละ

นอกจากเรื่องหลักแล้วก็ยังมีเรื่องรองแบบตลกรักโรแมนติกตามสูตร ทั้งคู่พระ-นาง แล้วก็ความรักของ เอ๊บ-เซเปี้ยน ?!? นอกจากนี้ยังมีตัวละครใหม่เป็นมนุษย์ควันชื่อ เคร้าส์ มาจากเยอรมนี ก็สร้างสีสันได้พอสมควร

สรุปได้ว่าคุ้มเงินมาก ๆ กับ Hellboy 2 โคตรจะบันเทิง หนังเหมือนจะตามสูตร แต่บรรยากาศก็ทรงพลังมากจากฉาก กลไก ตัวประหลาดต่าง ๆ ไปดูกันเหอะ ไม่ต้องดูภาคแรกก็ได้

นอกจากใน 2 เครือยักษ์ใหญ่แล้วก็ยังฉายที่โรงหนังสยามนะ

ปล. คราวนี้เขียนทีเดียว 2 เรื่อง ช่วยอ่านเรื่องก่อนหน้าด้วย


Female Agents

July 13, 2008

ตั้งแต่เกิดมาผมได้ดูหนังเกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 2 ค่อนข้างเยอะ (แต่ก็ยังเป็นแค่ส่วนน้อยของหนังที่เกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 2 ทั้งหมด) เช่น

  • Indiana Jones
  • Saving Private Ryan
  • Black Book
  • The Counterfeiters
  • Sophie Scholl: The Last Days
  • Enemy at the Gates
  • Pearl Harbor
  • Schindler’s List
  • The Pianist
  • Lust Caution
  • Atonement

เป็นต้น

ไม่รู้ทำไม แต่ผมชอบบรรยากาศในยุคนั้นมาก (ไม่ได้ชอบสงครามนะ) ชอบสีมอ ๆ ตุ่น ๆ ชอบพวกเครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ รถยนต์ โปสเตอร์ แฟชั่น อะไรพวกนี้

ไม่รู้จะเรียกว่าวิกฤตสร้างโอกาส หรือสถานการณ์สร้างวีรบุรุษได้หรือเปล่า แต่ว่าในช่วงนั้นเกิดเรื่องราวที่น่าจดจำเป็นจำนวนมาก หนังหลายเรื่องก็เลือกเอาจุดเล็ก ๆ (บางจุดก็สำคัญ) ในประวัติศาสตร์มาขยายความ อย่างเช่นในขณะที่ The Counterfeiters ตีแผ่เรื่องของนักโทษในค่ายกักกัน  Sophie Scholl: The Last Days กลับนำเสนอเรื่องของขบวนการนักศึกษาที่ต่อต้านนาซี

นอกจากนี้ ฉากของแต่ละเรื่องยังแตกต่างกันออกไป ไม่ได้มีแค่ในเยอรมนี เช่น ฉากของ Enemy at the Gates ที่อยู่ในรัสเซีย หรือฉากของ Black Book ที่เรื่องราวเกิดในเนเธอร์แลนด์

เข้าเรื่องสักที คือวันนี้ผมไปดูหนังมา แน่นอนว่าเกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่เป็นมุมมองที่แปลกใหม่ (สำหรับผม) นั่นคือ เรื่องเกิดในฝรั่งเศส และตัวเอกเป็นหญิง 5 คน

เรื่องนี้ล่ะครับ Female Agents

Female Agents

Female Agents

ต้องสารภาพก่อนว่านอกจากเนื้อเรื่องแล้ว แรงผลักดันอีกอย่างคือนักแสดงนำหญิง โซฟี มาร์โซ (Sophie Marceau) คนอะไรง้ามงาม

ในเรื่อง (และในประวัติศาสตร์ด้วย) อังกฤษกำลังเตรียมการยกพลขึ้นบกที่นอร์มังดี ฝรั่งเศส (เนื้อเรื่องส่วนของการยกพลนั้นอยู่ใน Saving Private Ryan) ซึ่งตอนนั้นนาซีได้ยึดปารีสไว้อยู่ การจะยกพลขึ้นบกได้ต้องอาศัยอ่าวจำลองในการลำเลียงพล อ่าวจำลองที่ว่านี้มีรหัสสำหรับเรียกคือ ฟีนิกซ์ ปัญหาก็คือ ก่อนดำเนินการ อังกฤษได้ส่งนักธรณีวิทยาเพื่อไปสำรวจชายหาดนอร์มังดี แต่ดันถูกพวกนาซีจับไปเสียก่อน เพื่อพาตัวกลับมา อังกฤษจึงส่งทหารหญิง 5 นาง ปลอมตัวเข้าไปในปารีส แต่ภารกิจต้องพลิกผันเมื่อหนึ่งในนั้นถูกจับได้

สำหรับความเห็นส่วนตัวของผมหลังจากดูจบ ต้องยอมรับว่ารู้สึกเฉย ๆ คือดูก็ได้ ไม่ดูก็ได้ คือเนื้อเรื่องช่วงแรก ๆ ค่อนข้างน่าเบื่อ จนเริ่มภารกิจนั่นแหละจึงตื่นเต้นขึ้นมาหน่อย แต่มันก็ประหลาด ๆ คือรู้สึกว่าหนังดีเป็นระยะ ๆ บางตอนก็อืดไป ตอนที่จะให้เศร้าก็ไม่ค่อยอินเท่าไร ตอนกดดันมันก็ไม่ค่อยเครียด อาจเพราะมันได้ระดับที่ให้คนดูอายุ 15 ปีขึ้นไปเลยยังกั๊ก ๆ หลายอย่าง แต่ยอมรับว่าเนื้อเรื่องน่าสนใจ เพราะนอกจากเรื่องจารชนหญิงแล้ว ยังมีเรื่องของการเลือกระหว่างเรื่องส่วนตัวกับเรื่องส่วนรวม แล้วก็มีโรแมนติกบ้างเล็กน้อย

สรุปแล้วดูก็ได้ ไม่ดูก็ได้นะ ถ้าไปดูก็ได้ความรู้เรื่องประวัติศาสตร์เพิ่มอีกหน่อย

ฉายวันนี้ที่ ลิโด้ 3

ปล. คุณ mk ก็เขียนถึงเรื่องนี้ไว้


สมการเย็น

July 6, 2008

วันนี้ไปดูละครมา เรื่อง สมการเย็น โดยกลุ่มหน้ากากเปลือย (naked masks) ที่สถาบันปรีดี พนมยงค์ ซอยทองหล่อ

บทละครนั้นดัดแปลงมาจากหนังสือ The Cold Equations ของ Tom Godwin

เนื้อเรื่องมีอยู่ว่า ในเที่ยวบินฉุกเฉินของยานสตาร์ดัสท์ มีเด็กสาวคนหนึ่งแอบขึ้นยานไปด้วย โดยไม่รู้ว่านั่นเป็นความผิดร้ายแรงมาก

ไม่รู้ว่าเพราะตอนนั้นมันง่วงหรือเปล่าเลยไม่ค่อยอินกับละครเท่าไร แต่ประทับใจกับละครนะ ฉาก แสง เสียง การแสดง สมบูรณ์ในตัวเองดีมาก น้องผู้หญิงที่ชื่อวีณเล่นดีจัง มีที่ติอยู่หน่อยคือบทพูด มันแข็ง ๆ นะ แบบถอดมาจากภาษาอังกฤษเป๊ะ ๆ เลย ถ้าเอามาเขียนใหม่ในภาษาตัวเองน่าจะได้อารมณ์กว่านี้